วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พระเครื่องคู่กาย ตอน "ที่มาของการสะสมพระเครื่อง"

ตอน "ที่มาของการสะสมพระเครื่อง"


หลายๆคนคงคุ้นเคยดีกับคำว่า พระเครื่อง ที่เซียนพระน้อยใหญ่ทั้งหลายพากันห้อยให้เต็มคอ หรือ มีแผงให้เช่าบูชากันมาก จนแทบจะเรียกได้ว่า ปัจจุบัน วงการพระเครื่องนั้นมีความนิยมกันอย่างกว้างขวางในหลากหลายกลุ่ม ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นคนเก่าคนแก่เสมอไป จนปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะวัดเท่านั้นที่สร้างวัตถุมงคลให้เช่าบูชา แต่บรรดาอาจาร์ยขมังเวทย์ทั้งหลายก็ทำออกมาให้ลูกศิษย์ได้ติดตัวบูชา ทั้งนี้ จุดประสงค์และเจตนาของผู้สร้างและผู้ครอบครองนั้นคือกุญแจสำคัญที่จะแสดงถึงสถานะของวัตถุสิ่งนั้นว่า จะสร้างไปในทางที่ดีหรือไม่


สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบว่าพระเครื่อง คืออะไร ผมมีบทความที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้แนะนำให้อ่านกันครับ

พระเครื่องคืออะไร อ่านบทความ คลิ๊ก!!

ส่วนบทความนี้ ผมจะเล่าถึงที่มาของการสะสมพระของผมเองว่าจุดเริ่มต้นและที่มานั้น มีความเป็นไปอย่างไร


( หลวงพ่อแช่ม 2497 องค์ที่ห้อยติดตัวสมัยเด็ก)

ครอบครัวผมนั้น เป็นพุทธศาสนิกทั้งครอบครัวที่พ่อนั้นก็เคยบวชเรียน และแม่ก็ศรัทธาในพุทธศาสนา เป็นเหตุให้เกิดความซึมซับมาตั้งแต่เด็ก โดยตอนยังเล็กพ่อนั้นให้ห้อยหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง  2497 เหรียญสี่เหลี่ยมพัดยศ พร้อมกับเหรียญสตางค์แดง ร้อยสร้อยนาคห้อยติดตัวตลอดเวลาจนเหรียญสึกหรอ โดยชาวภูเก็ตนั้นมีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่มเป็นอย่างมาก ก่อนที่สร้อยจะขาดและพระเครื่องได้ถูกเก็บเข้ากรุจนทุกวันนี้ เมื่อเริ่มโตมาหน่อย ก็จะติดสอยห้อยตามพ่อแม่ไปงานบุญต่างๆ และที่มาของพระเครื่องครั้งแรกนั้นก็คือ เหรียญที่ระลึกจากงานบุญที่วัดนั้นเอง 




เป็นเหรียญแจกที่ระลึก วัดสะปำของหลวงพ่อช่วง ที่สมัยจำความได้ ตอน ป.5 ป.6 ( พศ.2546 ) นั้นได้เคยเห็นและสัมผัสพระเครื่องเป็นครั้งแรก แต่ยังไม่ได้สนใจอะไรมากนัก รู้แต่เพียงว่า เป็นสิ่งที่ให้จดจำถึงบุญที่ได้ทำเอาไว้ เมื่อได้เห็นพระเครื่ององค์นี้ แต่ก็ไม่ได้ห้อยคอ แม้ตอนมัธยม แม่จะมีความเชื่อเรื่องให้ห้อยพระสีวลีพระเถระอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ ห้อยๆถอดๆจนสุดท้ายกรอบแตก

( เหรียญข้าวหลามตัดกรมหลวงชุมพร ย้อนยุค มูลนิธิสรรพราเชน )

เวลาล่วงเลยมาจนเรียน วิทยาลัยอาชีวะศึกษา ได้มีพระเครื่องเป็นของตัวเอง องค์แรกมาจากการร่วมบุญ บูรณะศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร งานกรมหลวงชุมพรสะพานหินภูเก็ตปีประมาณ พศ.2555 ไม่แน่ใจพศ นักแต่ศาลเสด็จเตี่ยตอนนั้น ที่มีความทรุดโทรมให้เห็น  ซึ่งหลังจากบริจาคก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดแต่ว่า ร่วมทำบุญเฉยๆ แล้วจะไปหาของกินในงานต่อ แต่โฆษกเดินเอาพระมายื่นใส่มือให้ เป็นอันต้องรับตามมารยาท

( พระขุนแผนทรงพลใหญ่เนื้อกาฝากรักแก้วสารพัดนึกรุ่น2 พระครูปลัดสมภูมิ วัดพิชยญาติ ) 

ด้วยการไม่มีความรู้เรื่องพระเครื่อง จึงคิดสงสัยว่า นี่คือพระอะไร ก็นึกไม่ออก ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเจ้าชู้ในสมัยนั้น จึงคิดออกอยู่อย่างเดียวตามที่คนเฒ่าคนแก่พูดกันว่า เจ้าชู้ต้องห้อยขุนแผน เอ แล้วที่เรามีเนี่ยใช่รึป่าว? จึงลองค้นหารูปในอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่าพระที่ได้รับมานั้น เป็นพระผงพิมพ์ขุนแผน หรือ พระพุทธชินราชกรอบแก้ว ตรงตามลักษณะทุกประการ โดยเรื่องรูปถ่ายไม่ได้บรรทึกไว้ เป็นที่น่าเสียดาย เพราะหลังจากเลี่ยมกรอบห้อยคอแล้ว ก็ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก เพราะ ไม่ว่าจะเครื่องที่ห้อยนั้นจะมีอิทธิอะไรอย่างที่เขาร่ำลือหรือไม่ เจ้าตัวเองก็เป็นปลาไหลขั้นเทพอยู่แล้ว ไหลตามน้ำกันไปตามระเบียบ แรงกันจนกรอบพระแตกกันเลยทีเดียวเชียว 

จากนั้นเมื่อมีงานกรมหลวงชุมพรจัดขึ้นก็จะรีบไปร่วมบริจาคซ่อมแซมอาคารและได้พระเครื่องที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับมาทุกที จนปัจจุบันนี้ การบูรณะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมื่อขับรถผ่านทีไรก็ทำให้นึกถึงว่าเรานั้น ก็มีส่วนแห่งบุญนี้ เป็นอันชื่นใจ นึกถึงความดีเล็กๆน้อยๆที่เคยได้ทำไว้

(พระสะสม)

หลังจากนั้น พศ.2557 ได้เริ่มทำงานโรงแรม และเผลอไปถอดอาบน้ำเปลี่ยนชุดในห้องน้ำพนักงาน และลืมไว้ หายกันไปตามระเบียบ เป็นอันเสียดายมาก แต่ก็เข้าใจว่าเปนความสะเพร่าของตนเอง จึงไม่ได้โทษใคร แม้มีพี่ไอทีใจดีจะย้อนกล้องวงจรปิดดูให้ก็ไม่เป็นไร เพราะส่วนตัวนั้น คิดว่าเราเองก็มีอีกหลายองค์ ถือว่าแบ่งๆกันไปแล้วกัน ไม่อยากผิดใจ ใครทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ผมคงเคยไปเอาของใครมาก็เลยต้องเป็นแบบนี้ ให้เวรกรรมเลิกแล้วต่อกัน เป็นอันจบ จากจะเสียใจ กลายเป็นอภัยทานซะอย่างนั้น

จบตอน  3.1 "ที่มาของการสะสมพระเครื่อง"

โดยตอนต่อไป ผมจะเล่าถึง การได้ร่วมทำบุญ และ การได้รับของที่ระลึกจากหลวงปู่ที่ผมได้ไปทำบุญจากตัวท่านเอง และ ความศรัทธาต่อการได้ให้ทาน รักษาศีลกันในตอนต่อไปนะครับ

กับตอนที่มีชื่อว่า 3.2 " ที่ระลึกบุญ " 



tag: สะสมพระเครื่อง,พระเครื่องคู่กาย,พระเครื่องติดตัว,พระขุนแผน,กรมหลวงชุมพร,อาจาร์ยช่วงวัดสะปำ,ภูเก็ต,เดชอนันต์,สุวรรณโณ,บุตร,บุหงาสาคร,ฉัตรอนันต์,สมบัติ,ทำบุญ


เดชอนันต์ สุวรรณโณ บุตร Dejarnan Suwanno Booth
เดชอนันต์ - สุวรรณโณ - บุตร 28/05/16