วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

ปล่อยปลา และ อานิสงส์

ปล่อยปลา และ อานิสงส์



ในยุคนี้ การเข้าวัดทำบุญฟังธรรมเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคนที่ทำงาน 6 วัน ต่อสัปดาห์แบบผมนี้
เหมือนศาสนาพุทธในความรู้ที่มี ก็แค่ว่าเป็นศาสนาประจำชาติ

แต่ก่อน หากจะรู้สึกอยากไปทำบุญก็ต่อเมื่อ ไม่สบายใจ หรือ ว่าหวังจะให้โชคดีขึ้น รวยขึ้น หรือเพราะเป็นโอกาสวันสำคัญตามประเพณี ทำตามๆกัน ไม่ได้รู้ความหมายที่แท้จริง  ประกอบกับ ข่าวมารศาสนาที่มีมาให้เห็นทุกวัน ก็ทำให้เสื่อมศรัทธาลงไปอีกมาก จนมาถึงจุดๆหนึ่งที่รู้สึกเฉยๆ ไม่ดีไม่ร้าย กับสิ่งเหล่านี้ แต่ด้วย แม่ เป็นคนที่ศรัทธามาแต่ไหนแต่ไร ชอบเข้าวัด จึงต้องถูกพาไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้


 


โดยส่วนตัวไม่ชอบเห็น สัตว์ที่ต้องขังกรง หรือตู้ เช่น นกหรือปลา และชอบซื้อปลาดุกไปปล่อย ในหนองน้ำกว้างหลังวัด เพียงเพราะคิดว่า อยากให้มันมีอิสระที่ดีกว่าการอัดกันอยู่ในตู้ ที่จะถูกหยิบขึ้นมา ฆ่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และยินดีที่มันรอดตาย ได้มีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกหน่อย ในหนองน้ำกว้าง หลังวัด ที่เป็นเขตอภัยทาน เดือนละครั้ง หรือสองครั้ง ประมาณ 6-10ตัว ขนาดตัวกลางๆ เพราะถ้าตัวใหญ่ไปก็แพงเกินกำลัง เล็กเกินก็ไม่น่าจะรอดอีก


ซึ่งการปล่อยปลานั้น ใครจะขอร่ำรวย ขอโชคดีอะไร ผมไม่รู้
แต่ผมขออย่างเดียวคือ ให้ ปลาที่ปล่อยนี้มีชีวิตรอด นานเท่าที่นานได้

จึงได้รู้ภายหลังว่านี้คือ ธรรมมะ อย่างหนึ่งที่เรียกว่า เมตตา และ กรุณา 
คือความรักความเมตตา และ ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ เมื่อเงินเดือนออก ก็จะมีความรู้สึกอยากไปทำแบบนี้เป็นอัตโนมัติ ไม่ได้ไปเหมือนมันขาดอะไรไป แถมบางครั้งชวนแฟนไปปล่อยด้วยซะเลย หุ้นเงินกันมากขึ้น ก็ช่วยได้มากขึ้น แถมทำบุญร่วมกันอีกด้วย


ช่วงนั้นที่เริ่มปล่อยปลาบ่อยๆ เป็นช่วงเริ่มทำงานโรงแรมแรกๆพอดี การทำงานนั้นต้องขับรถมอเตอร์ไซค์จากบ้านไปทำงานประมาณ 30 นาที ไปกลับทุกวัน เข้าบ่ายสาม เลิกราวๆเที่ยงคืน
ด้วยระยะทางที่ไกล เหนื่อย ขับรถไปกลับต้องเร็ว ทั้งง่วงทั้งล้า
อีกทั้งบางครั้งเพราะเป็นเด็กเสริฟยังต้องมีดื่มบ้างอีก

อุบัติเหตุจึงเกิดบ่อยมาก ราวๆเดือนละ 1-2 ครั้ง ทั้งล้มและชน จนเหมือนเป็นเครื่องปกติ
บางครั้งล้มง่ายๆแค่จับเบรคมือก็ลื่นล้มเลยก็มี รถเครื่องสภาพยับเยินซ่อมแล้วซ่อมอีก

*คืนหนึ่งวันหยุด นอนหลับฝันไป ว่ามีผู้หญิงใส่ชุดดำมาเรียกให้ไปอยู่ด้วย ทักท้วงถึงสัญญาอะไรสักอย่าง

ในความเชื่อต่อๆกันมานั้นคือ ไม่ให้ขานรับ เพราะจะเป็นไหลตายนั่นเอง ตายโดยไม่มีสาเหตุ

และมีผู้คนมากมายนุ่งชุดดำ หน้าตาดุดัน ตัวสูงใหญ่ หลายคน ล้อมบ้านอยู่ พยายามเข้ามาในบ้าน ทั้งเคาะ ทั้งทุบบ้าน  เรียกให้เราออกไป เสียงดังอึกทึก

ด้วยความกลัวขณะนั้นปรากฏมี กำแพงน้ำผุดขึ้นล้อมบ้านไว้ ค่อยๆใหญ่ขึ้น มีปลาหลายตัว ดำผุดดำว่ายรอบๆบ้าน ขนาดใหญ่มาก  เหมือนจะกินคนได้ หน้าตาหน้ากลัวเสียยิ่งกว่าพวกคนชุดดำเสียอีก

แต่ที่จำได้คือ ส่วนใหญ่จะเป็นปลาดุก ขนาด 2 คนโอบไม่หมด ว่ายไปมา เหมือนจะคุ้มกันไม่ให้คนในออกหรือคนนอกเข้าไป เป็นแบบนี้อยู่นาน ก่อนที่พวกชุดดำถอดใจกลับไปกันหมด
กำแพงน้ำใหญ่ยักษ์ ย่อมาเหลือแค่ขนาดน้ำในกะละมังเล็กๆ ปลาดุกก็ย่อมาเหลือขนาดเท่าปลาหางนกยูง ว่ายคลอเคลียอยู่ที่บริเวณเท้าของเรานั้นเอง เหมือนกับลูกแมวที่เล่นกับเจ้าของอย่างไรอย่างงั้น

พอตื่นมาตอนเช้า เลยคิดทบทวนว่า ละคร หนัง เราก็ไม่ได้ดูอะไร ปล่อยปลาก็ปล่อยแล้วไปตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แถมก่อนนอนก็ไม่ได้กินอาหารอะไรอีก ทำไมถึงฝันเหนื่อย ฝันน่ากลัวแบบนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใส่ใจ

เส้นทางไป กะตะ กะรน ภูเก็ต เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ภาพ รถทัวส์มินิบัส แหกโค้ง ลงร่องเขา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย


ไม่กี่วันต่อมา ขณะกลับจากที่ทำงานขับรถมอเตอร์ไซค์พร้อมพาแฟนมาด้วย จะเป็นช่วงทางลาดตรง ลงเขา ด้วยความคะนอง จึงขับด้วยความเร็วถึง 100km/ชม ( Honda Click 110 cc)  กลางเลน เส้นเหลือง เพื่อแซงรถยนต์ ปรากฏมีรถเครื่องคนเมาพึ่งขับออกจากร้านเหล้า มาเลี้ยวเส้นเหลืองพอดี เบรคไม่ทัน จึงปะทะอย่างจัง รถเครื่องแยกไปคนละทาง

ตัวเองคิดว่าต้องลอยไปเลนตรงข้ามที่มีรถสวนมาและไม่น่าจะรอดแล้ว
ปรากฏว่ารถอีกเลน หยุดว่างยาว ไม่มีรถสวนมา ทั้งๆที่เส้นทางนี้เต็มไปด้วยรถตู้ส่งแขก และรถทัวส์
คู่กรณีก็ปลอดภัย เพราะรถไม่ได้ปะทะโดยตัว มีแค่แผลถลอกที่กลิ้งไปตกคูข้างทางเท่านั้น

ส่วนรถเครื่องผมเสียหายหนัก โช็คหัก เฟรมแตก ส่วนตัวเองก็กางเกงขายาวขาดหนัก ก็เป็นแค่ช้ำและถลอกนิดหน่อย เดินได้ปกติ

ส่วนแฟน บังเอิญวันนั้นพกหมอนลมที่แขกให้มาจากสระว่ายน้ำใส่กระเป๋าสะพายข้าง
ตอนชน หัวฟาดพื้น ปรากฏว่า หมอนลมหมุนมากั้นหัว กับ ถนนพอดี จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
เป็นที่น่าประหลาดใจ

จากประสบการ์ณครั้งนั้นทำให้ ระมัดระวังมากขึ้น แต่ก็ไม่วาย ประสบอุบัติเหตุบ่อยๆ
แต่ก็เป็นเล็กๆน้อยๆ แต่ก็น่าคิดเช่น

บังเอิญลื่นล้มหน้ารถทัวส์ แต่รถทัวส์หยุดเพื่อเลี้ยวพอดี เลยไม่โดนเหยียบ
บังเอิญเบรคล๊อครถหยุดกระทันหัน เกือบล้ม ซึ่งต่อมามีรถยนต์ข้ามเลนมาเฉียดตรงที่เราจะไปพอดี
บังเอิญสายเบรครถขาด ตอนที่จอดรถถึงบ้านพอดี ไม่ได้ขาดตอนลงเขา หรือ รถตัดหน้า
ฯลฯ


เจ้าจูดี้ สุนัขน่ารัก ประจำ สำนักสงฆ์ดอยเทพนิมิต กระทู้ ภูเก็ค


ปกติ ตอนเด็กๆเปนคนชอบรังแกสัตว์มาก ทั้งฆ่าปลาหางนกยูง ลูกอ๊อด แกล้งแมว ปาก้อนหินใส่ไก่
แต่ตอนนี้ กลับกลายเป็น ปล่อยปลา ไม่ใช่ปลาเล็กๆที่ใส่ถุงนะ แต่เป็นปลาตัวๆที่ มีแววถูกฆ่าแน่นอน หน้าเขียง ยิ่งกำลังจะโดนทุบหัว หรือ กระโดดออกมาจากกระบะ นี้ยิ่งเอาเลย ต่อให้เงินไม่ค่อยพอก็จะซื้อมาปล่อยให้เขาได้รอดตาย อย่างๆน้อยก็รอดเพิ่มอีกสักวันก็ยังดี

หลังจากนั้นจึงได้ไปลอง ค้นหาเกี่ยวกับอานิสงส์ปล่อยปลา

อานิสงส์การปล่อยปลาให้ชีวิตเป็นทานบารมี การเป็นผู้ต่อชีวิต ย่อมได้มีชีวิตที่ยืนยาว ปลอดภัย มีความสุข ตราบที่ผู้นั้นยังไม่สิ้นอายุขัย จะไม่มีกรรมใดใดมาตัดรอนได้

ดั่งเรื่องของ  " สามเณรสังกิจจะ ศิษย์ของ  พระสารีบุตร " พระสารีบุตร ล่วงรู้ด้วยญาน หยั่งเห็นอันตรายที่จะเกิดแก่สามเณร  พอออกจากฌาณแล้วจึงบอกสามเณรว่า  

“สามเณร เธอเข้าใจถึงกฏแห่งกรรมนะ มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย บัดนี้อายุขัยเธอก็ใกล้เข้ามาแล้ว  เธอจะมีอายุอยู่ได้อีกเพียง ๗ วันเท่านั้น”

สามเณรพระขีนาสพ เข้าใจถึงกฏแห่งกรรมดี จึงขอกลับไปลาบิดามารดาที่บ้าน   พระสารีบุตรอนุญาตแล้ว  เธอจึงรีบเดินทางกลับ

ระหว่างทาง อากาศร้อนมาก เห็น ปลา กุ้ง หอย สัตว์น้ำในหนองบึงแห้งขอด ดิ้นทุรนทุรายรอความตาย สามเณรก็ใช้จีวร ช้อนไปหนองน้ำใหญ่ ระหว่างทางพบ นก เก้ง กวาง ที่ติดบ่วง กับดักนายพรานระหว่างทางในป่า ก็ช่วยปล่อย เพราะคิดว่า หากทิ้งไว้เช่นนี้ ก็คงไม่รอดใน 7 วัน  เหมือนกับเราแน่แท้

เมื่อกลับไปลาบิดามารดา ที่บ้านต่างเศร้าโศรกเสียใจ แต่ สามเณรก็สอนว่า ทุกอย่างล้วนเป็นกฏแห่งกรรมทั้งสิ้น จากนั้นจึงลากลับมาที่สำนัก เมื่ออยู่มาจนครบ 7 วัน กลับไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น สามเณรตั้งใจจะไปต่อว่าถามพระ ขณะนั้นพระพุทธเจ้าหยั่งรู้ได้ด้วยญาน จึงเรียกสามเณรมาสอบถาม และตรัสท่ามกลางหมู่สงฆ์ว่า

เหตุที่พระสารีบุตรทำนายสามเณรจะหมดอายุขัยใน ๗ วันนั้นถูกต้องแล้ว  
แต่เพราะเหตุใดจึงยังมีชีวิตอยู่  
ก็เพราะเกิดจากบุญกุศลที่สามเณรได้ช่วยเหลือสัตว์น้ำนานาชนิด  สัตว์ปีก  และเก้งเหล่านั้น  
อันเป็นปลา และเก้งพระโพธิสัตว์  

ต่อมาพระสารีบุตรก็บอกสามเณรว่า  ด้วยอานิสงส์จากการทำบุญให้ทานชีวิตสัตว์  ซึ่งช่วยให้รอดพ้นจากมัจจุราชแล้ว  ผลบุญยังจะทำให้เธอมีอายุยืน  ซึ่งภายหลังการนิพพานของพระสารีบุตร  และการปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  สามเณรสังกิจจะมีชีวิตอยู่ต่อมาถึง 120 ปี

บุตร(ขวา) - ธิดา(ซ้าย) สองพี่น้อง


การจะทำบุญที่ถูกต้องนั้น ไม่ควรหวังว่าอยากได้อันโน้นอันนี้ ตามวิสัยของปุถุชน
แต่ควรทำเพราะ อยากให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นจริง
เพราะไม่ว่าอย่างไร อานิสงส์นั้นจะเกิดขึ้นเองอยู่แล้ว

ผลของกรรม นั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการกระทำของเรานั้นเอง
ไม่ได้ตายตัว เหมือนถูกลิขิตไว้ เสมอไป

ด้วยความเข้าใจแบบนี้ นอกจากจะปล่อยสัตว์เป็นทานไม่พอ
ยังต้องรักและเมตตา ไม่ทำอันตรายต่อสัตว์และผู้อื่นด้วยด้วย 

ใจเราก็เป็นสุข


*เป็นความเชื่อส่วนบุคคล


เดชอนันต์ สุวรรณโณ บุตร Dejarnan Suwanno Booth

---------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------

tag: อานิสงส์,ปล่อยปลา,อายุยืน, สามเณรสังกิจจะ,ทานบารมี,ทำบุญ,เดชอนันต์,สุวรรณโณ,บุตร